|
ข้อตกลงการใช้บริการระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ eComBotTM
ข้าพเจ้า
.................................................. ผู้รับมอบอำนาจของบริษัท
................................................. จำกัด ในฐานะเจ้าของผู้รับผิดชอบร้านค้าหมายเลข บนระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ eComBotTM
(ซึ่งต่อไปนี้ เรียกว่า "ร้านค้า") ยินดีปฏิบัติตามกฎระเบียบของการใช้บริการ ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ eComBotTM
ของร้านไทย แฮนด์เมด ออนไลน์ (ซึ่งต่อไปนี้ เรียกว่า "ผู้จำหน่ายหลัก") ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ
และมั่นใจแก่ผู้ซื้อ โดยยึดหลักการที่ถูกต้องของระบบการค้าตามกฎหมาย
, กฎระเบียบของธนาคาร รวมถึงกฎระเบียบ
ของผู้ให้บริการบัตรเครดิต โดยข้าพเจ้าในฐานะผู้รับผิดชอบร้านค้าข้างต้น
ยินดีปฏิบัติตามกฎระเบียบของผู้จำหน่ายหลัก ดังนี้
1. เจ้าของผู้รับผิดชอบ "ร้านค้า" ต้องกรอกรายละเอียด ชื่อ-นามสกุล ของเจ้าของผู้รับผิดชอบ
"ร้านค้า", ที่อยู่ร้านค้า ที่ปรากฏในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
eComBotTM
ให้ถูกต้อง ชัดเจน ทั้งนี้
เพื่อความสะดวกในการติดต่อของผู้ซื้อ หรือการตรวจสอบของหน่วยงานราชการหรือธนาคาร
รวมถึงเพื่อความสะดวกในการจัดทำ "ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีขาย"
เนื่องจาก ไม่สามารถแก้ไข, เปลี่ยนแปลง หรือจัดทำขึ้นใหม่ ได้ในภายหลัง โดย เจ้าของผู้รับผิดชอบ
"ร้านค้า" จะต้องเป็นผู้เดียวกันกับผู้ที่เข้ามาติดต่อ
ดำเนินการใด ๆ กับผู้จำหน่ายหลักเท่านั้น มิฉะนั้นแล้วผู้จำหน่ายหลักขอสงวนสิทธิในการระงับการให้บริการ
2. เจ้าของผู้รับผิดชอบ "ร้านค้า" ต้องส่งมอบเอกสารรายละเอียด การมีตัวตนอยู่จริงของ ร้านค้า ให้แก่ทางผู้จำหน่ายหลัก ดังนี้
2.1 บริษัท ห้าง ร้าน – ทะเบียนการค้า, หนังสือรับรอง, ภพ.20, ใบอนุญาตในการประกอบกิจการจากกระทรวงพาณิชย์ หรือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) (สำหรับการจำหน่ายอาหารและยา โปรดอ่านข้อกำหนดเรื่อง อย.) หรือหน่วยงานอื่น และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แผนที่ตั้ง ของสถานประกอบการ หรือเอกสารตามที่ผู้จำหน่ายหลักร้องขอเพิ่มเติม
2.2 บุคคลธรรมดา - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี
3. เจ้าของผู้รับผิดชอบ "ร้านค้า" ยินดีให้ผู้จำหน่ายหลักเป็นตัวแทนรับเงิน จากการซื้อสินค้าของผู้ซื้อสินค้าจากร้านค้า โดยเจ้าของผู้รับผิดชอบ
"ร้านค้า" อนุญาตให้ผู้จำหน่ายหลักหักค่าธรรมเนียม
และค่าดำเนินการในการรับชำระเงินดังกล่าว ดังนี้
3.1 ค่าเปิดใช้บริการ และค่าบำรุงรายปี ๆ ละ 500บาท หรือ 1,000 บาท หรือ 2,500 บาท ตามแผนที่ได้เลือกแล้ว
3.2 ค่าธรรมเนียมการบริการ อัตราร้อยละ 7 ของมูลค่าสินค้าและบริการทั้งหมด (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
3.3 ค่าดำเนินการ ครั้งละ 30 บาทต่อหนึ่งรายการธุรกรรม
4. เจ้าของผู้รับผิดชอบ "ร้านค้า" ต้องรับผิดชอบต่อรายการสินค้าหรือบริการที่มีอยู่บนร้านค้า eComBotTM
และจักต้องไม่จำหน่าย จ่ายแจก สินค้าที่ผิดกฎหมาย หรือขัดต่อจริยธรรม และศีลธรรมอันดี
5. เจ้าของผู้รับผิดชอบ "ร้านค้า" รับทราบเป็นอย่างดีว่า
การสั่งซื้อสินค้าที่ผู้ซื้อสั่งซื้อมาแล้วนั้น แม้ว่าจะได้รับการอนุมัติวงเงินแล้ว หรือได้รับชำระเงินแล้ว หรือมีการส่งมอบสินค้าไปแล้วก็ตาม ถือว่าภาระความรับผิดชอบของ
"ร้านค้า" ยังคงอยู่ทั้งสิ้น
ไม่ว่าจักเกิดสิ่งผิดปกติ หรือความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้นก็ตาม ซึ่งรวมถึง
5.1 รายการสั่งซื้อสินค้า ที่มีรายการซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง จากลูกค้ารายเดียวกัน
ในระยะเวลาใกล้เคียงกันนั้น อาจถูกธนาคารยกเลิกรายการสั่งซื้อได้ทุกเมื่อ
5.2 รายการสั่งซื้อสินค้า ที่จำนวนเงินเกินกว่า
500 US$ ขึ้นไปนั้น จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบความถูกต้องและขออนุญาตจากทางธนาคารซ้ำอีกครั้งก่อนส่งมอบสินค้า เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการรับชำระเงิน
6. "ผู้จำหน่ายหลัก" จักจ่ายค่าสินค้าที่รับแทน
"ร้านค้า" เฉพาะเงินที่ "ผู้จำหน่ายหลัก" ได้รับจากธนาคาร และได้รับหลักฐานการส่งมอบสินค้า จาก "ร้านค้า" เรียบร้อยแล้ว โดยไม่ปรากฏการคืนสินค้าจากลูกค้า และได้หักค่าธรรมเนียม และค่าดำเนินการตามระบุในข้อ 3 แล้วให้แก่
"ร้านค้า" หลังจากครบกำหนด 45 วันนับแต่วันได้รับหลักฐานการส่งมอบสินค้าจาก
"ร้านค้า" ไปแล้ว (เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน
โปรดดูแผนผัง และคำอธิบายเพิ่มเติม) แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าของผู้รับผิดชอบ
"ร้านค้า" รับทราบเป็นอย่างดี และยินดีปฏิบัติตามเงื่อนไขของการใช้บริการระบบรับชำระเงินค่าสินค้าผ่านบัตรเครดิตของการใช้บริการระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
eComBotTM
ดังนี้
6.1 "ร้านค้า" ที่ประกอบกิจการขายสินค้าหรือบริการประเภทที่มีความเสี่ยงสูง
เช่น กิจการคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์, กิจการร้านขายยา เป็นต้น กิจการเหล่านี้ เป็นกิจการที่อยู่ในการควบคุมรายการซื้อ-ขายของธนาคาร, หน่วยงานราชการ และองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งจำเป็นต้องมีใบอนุญาต หรือหลักฐานลิขสิทธิ์ หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องอื่นตามกฎหมาย และ/หรือระเบียบของธนาคาร
6.2 ผู้จำหน่ายหลัก จำเป็นต้องป้องกันความเสี่ยงในกรณีที่ร้านค้าดำเนินกิจการประเภทที่อยู่ในการควบคุมตามที่ระบุในข้อ 6.1 ดังนี้
1. ขยายระยะเวลาในการชำระเงินค่าสินค้าที่รับแทนหลังหักค่าบริการต่าง
ๆ แล้ว จากที่กำหนดไว้ 45 วันนับจากวันที่ได้รับหลักฐาน การส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า ให้เปลี่ยนแปลงเป็น 60 - 90 วันนับจากวันที่ได้รับหลักฐานการส่งสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้า หรือบริการและ/หรือพฤติกรรมของร้านค้า
2. กำหนดเรียกเงินค้ำประกันความเสียหาย
-
กรณี กิจการหรือการบริการนั้นมี "ความเสี่ยง" ผู้จำหน่ายหลัก
กำหนดให้ร้านค้าต้องวางเงินค้ำประกันความเสียหายเป็นอัตราร้อยละ ของเงินค่าสินค้าที่รับแทนหลังหักค่าดำเนินการต่าง ๆ แล้ว หรือจำนวนเงินขั้นต่ำแล้วแต่กรณี ซึ่งจักแตกต่างกันไปในแต่ละประเภทธุรกิจ และ/หรือพฤติกรรมของร้านค้า
-
กรณี "การยกเลิก" การดำเนินธุรกรรมของร้านค้า
ในบริการระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ eComBotTM ผู้จำหน่ายหลัก กำหนดให้ร้านค้าต้องวางเงินค้ำประกันความเสียหายเป็นอัตราร้อยละของเงินค่าสินค้าที่รับแทนหลังหักค่าดำเนินการ ต่าง ๆ
แล้ว หรือจำนวนเงินขั้นต่ำแล้วแต่กรณี ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละประเภทธุรกิจ และ/หรือพฤติกรรมของร้านค้า
6.3 เจ้าของผู้รับผิดชอบ
"ร้านค้า" รับทราบและรับผิดชอบ
ต่อการชำระค่าต่ออายุร้านค้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของการใช้บริการ ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ eComBotTM ตามระยะเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นแล้วผู้จำหน่ายหลักสามารถยกเลิกการให้บริการ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ เจ้าของผู้รับผิดชอบ
"ร้านค้า" ไม่สามารถนำค่าใช้บริการดังกล่าวไปหักกลบชดเชยกับเงินค่าสินค้า ที่รับแทนของร้านค้าได้ เนื่องจากระยะเวลาในการให้บริการดังกล่าวถูกกำหนดจากระบบคอมพิวเตอร์ให้ทำการเปิด หรือปิด หรือทำงาน โดย อัตโนมัติ
เมื่อหมดระยะเวลาการให้บริการ หรือเมื่อขอเพิ่มการใช้บริการ
6.4 รายการสั่งซื้อสินค้ารายการใด ที่ได้รับการยืนยันการส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าจากทาง "ร้านค้า"
แล้ว ต่อมาภายหลังปรากฎว่า
มีเหตุผิดพลาด ไม่ว่าด้วยเหตุอันใดก็ตาม เช่น ลูกค้าไม่ได้รับสินค้า, สินค้าเสียหาย, ลูกค้าขอคืนเงินจากทาง "ร้านค้า" เป็นต้น ผู้จำหน่ายหลัก จักคิด ค่าปรับ 300 บาท
ต่อหนึ่งรายการสั่งซื้อที่ผิดพลาดนั้น ๆ ไม่ว่าในกรณีใด
ๆ รวมทั้ง ไม่คืนค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการที่ได้จัดเก็บไปแล้วทั้งสิ้น
6.5 ขั้นตอน และวิธีปฏิบัติในการชำระเงินค่าสินค้าที่รับแทนหลังจากหักค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการต่างๆ
แล้วแก่ "ร้านค้า"
1. "ร้านค้า" ต้องส่งเอกสาร การส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อสินค้าจากร้านค้า โดยใช้แบบฟอร์มสรุปการขนส่งที่ผู้จำหน่ายหลักกำหนดเท่านั้น
2. "ร้านค้า" ต้องจัดทำสรุปรายการ "แจ้งหนี้/วางบิล" ค่าสินค้าโดยใช้แบบฟอร์มการวางบิลที่ผู้จำหน่ายหลักกำหนดเท่านั้น
3. ผู้จำหน่ายหลักมีกำหนดรับวางบิล
เฉพาะวันที่ 8 – 10 ของทุกเดือน
4. ผู้จำหน่ายหลักมีกำหนดการจ่ายเช็คในวันที่
20 ของทุก ๆ เดือน
5. การชำระเงินค่าสินค้าที่รับแทนดังกล่าว ทางผู้จำหน่ายหลักจักมีการพิจารณาตามรายการที่ได้รับหลักฐาน ถูกต้อง
ครบถ้วน และได้รับชำระเงิน
จากทางผู้ซื้อจริงแล้วเท่านั้น ซึ่งทางผู้จำหน่ายหลักมีสิทธิพิจารณาระงับการชำระเงินให้ร้านค้า
ในรายการที่ต้องสงสัย หรือเห็นว่า
มีความเสี่ยงที่ผู้ซื้อ หรือผู้ถือบัตรเครดิต หรือธนาคารจักเรียกคืนในภายหลัง
6. ผู้จำหน่ายหลักจะสั่งจ่ายเช็คชำระเงินค่าสินค้าที่รับแทนดังกล่าวแก่
"ร้านค้า" ตาม ชื่อ-สกุล เดียวกันกับ
เจ้าของผู้รับผิดชอบ "ร้านค้า" ที่จดทะเบียนไว้ใน ร้านค้าที่ใช้บริการระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ eComBotTM
เท่านั้นโดยจักจ่ายเป็นเช็ค A/C Payee Only
7. รายการผิดพลาดที่เกิดขึ้น ผู้จำหน่ายหลักจะทำการหักเงินค่าสินค้า
และค่าปรับ จากรายการชำระเงินค่าสินค้าที่รับแทนในแต่ละงวดทันที
8. ระยะเวลาในการชำระเงินค่าสินค้าที่รับแทนหลังหักค่าดำเนินการต่าง
ๆ แล้วอาจเปลี่ยนแปลงได้
เนื่องจากการปรับโทษ โดยกำหนดจาก อัตราการคืนสินค้า หรือการยกเลิกการชำระเงิน ของลูกค้าผู้ซื้อ ดังนี้
- การคืนสินค้า หรือการเรียกชำระเงินคืนจากผู้ถือบัตรเครดิต หรือธนาคาร จำนวน 1 - 5 ครั้ง หรือมีมูลค่าสะสมรวมเกิน 800 US$ (แปดร้อยดอลลาร์สหรัฐ) จักปรับระยะเวลาการชำระเงินค่าสินค้าที่รับแทนดังกล่าวเป็น
45 –
60 วัน นับจากวันที่ได้รับหลักฐานการส่งสินค้า ให้แก่ลูกค้าผู้ซื้อจากร้านค้า
- การคืนสินค้า หรือการเรียกชำระเงินคืนจากผู้ถือบัตรเครดิต หรือธนาคาร จำนวน 6 - 15 ครั้ง หรือมีมูลค่าสะสมรวมเกิน 1,400 US$ (หนึ่งพันสี่ร้อยดอลลาร์สหรัฐ) จักปรับระยะเวลาการชำระเงินค่าสินค้าที่รับแทนดังกล่าวเป็น
60 –
75 วัน นับจากวันที่ได้รับหลักฐานการส่งสินค้า ให้แก่ลูกค้าผู้ซื้อจากร้านค้า
- การคืนสินค้า หรือการเรียกชำระเงินคืนจากผู้ถือบัตรเครดิต หรือธนาคาร จำนวน 15 - 25 ครั้ง หรือมีมูลค่าสะสมรวมเกิน 2,000 US$ (สองพันดอลลาร์สหรัฐ) จักปรับระยะเวลาการชำระเงินค่าสินค้าที่รับแทนดังกล่าวเป็น
90 วันขึ้นไป นับจากวันที่ได้รับหลักฐานการส่งสินค้า ให้แก่ลูกค้าผู้ซื้อจากร้านค้า
- และถ้าหากยังมีการยกเลิกเกิน 25 ครั้ง หรือมีมูลค่าสะสมรวมเกิน 2,500 US$ (สองพันห้าร้อยดอลลาร์สหรัฐ) ผู้จำหน่ายหลักขอสงวนสิทธิ ที่จะพิจารณาระงับการให้บริการพร้อมริบเงินที่ค้างอยู่จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากเจ้าของบัตรเครดิตว่ามีการใช้บัตรเครดิตจริง และผู้ซื้อหรือผู้ถือบัตรเครดิตได้รับสินค้าเรียบร้อยแล้วสำหรับทุกรายการสั่งซื้อ
9. ทางผู้จำหน่ายหลักขอสงวนสิทธิที่จะระงับการให้บริการทั้งหมดหรือบางส่วน และระงับการชำระค่าสินค้าที่รับแทนร้านค้าจากผู้ซื้อหลังหักค่าดำเนินการแล้ว แก่เจ้าของผู้รับผิดชอบร้านค้า ได้ทุกเมื่อโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
หากพบว่า เจ้าของผู้รับผิดชอบร้านค้า
ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง หรือมีพฤติกรรมอันฉ้อฉลหรือเสี่ยงต่อการสร้างความเสียหายให้แก่ผู้จำหน่ายหลัก
หรือผู้ซื้อ หรือผู้ถือบัตร หรือธนาคาร
ข้าพเจ้า
..................................... ถือบัตรประชาชนเลขที่
....................................................
อาศัยอยู่บ้านเลขที่
............................................................................................................
ผู้รับมอบอำนาจของบริษัท/ห้าง/ร้าน
.................................................... เลขทะเบียนการค้า/
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
.................................................... เจ้าของผู้รับผิดชอบ ร้านค้าหมายเลข ............
รับทราบ และยินดีปฏิบัติตามข้อปฏิบัติดังกล่าวข้างต้นทุกประการ
ลงชื่อ
.................................................... ผู้รับมอบอำนาจลงนามของร้านค้า
(
....................................................... )
วันที่
..........................................................
ลงชื่อ ....................................................
ผู้รับมอบอำนาจ
(นายนิรันดร พรหมเผ่า)
ร้าน ไทย แฮนด์เมด
ออนไลน์
วันที่
..........................................................
* หมายเหตุ :
1. - กรณีบุคคลธรรมดา ให้ส่งหลักฐานสำเนาบัตรประชาชน พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
|